โดยทั่วไป ในการสังเคราะห์ไฮดรอกซีโพรพิลเมทิลเซลลูโลสนำเซลลูโลสฝ้ายบริสุทธิ์มาบำบัดด้วยสารละลายด่างที่อุณหภูมิ 35-40°C เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง บีบอัด บดเซลลูโลส และบ่มที่อุณหภูมิ 35°C อย่างเหมาะสม เพื่อให้เส้นใยด่างที่ได้มีระดับการพอลิเมอไรเซชันเฉลี่ยอยู่ในช่วงที่ต้องการ นำเส้นใยด่างใส่ลงในหม้ออีเทอร์ริฟิเคชัน เติมโพรพิลีนออกไซด์และเมทิลคลอไรด์ตามลำดับ แล้วทำการอีเทอร์ริฟิเคชันที่อุณหภูมิ 50-80°C เป็นเวลา 5 ชั่วโมง ที่ความดันสูงประมาณ 1.8 MPa จากนั้นเติมกรดไฮโดรคลอริกและกรดออกซาลิกในปริมาณที่เหมาะสมลงในน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 90°C เพื่อล้างวัสดุให้ขยายปริมาตร ทำการอบแห้งด้วยเครื่องเหวี่ยงแยกสาร ล้างจนเป็นกลาง เมื่อปริมาณน้ำในวัสดุน้อยกว่า 60% ให้อบแห้งด้วยลมร้อนที่อุณหภูมิ 130°C จนเหลือน้อยกว่า 5%
การทำให้เป็นด่าง: นำผงฝ้ายบริสุทธิ์ที่ผ่านการเปิดแล้วมาเติมลงในตัวทำละลายเฉื่อย จากนั้นกระตุ้นด้วยด่างและน้ำอ่อนเพื่อให้โครงสร้างผลึกของฝ้ายบริสุทธิ์พองตัว ซึ่งเอื้อต่อการแทรกซึมของโมเลกุลของสารทำให้เกิดอีเทอร์และช่วยให้ปฏิกิริยาการเกิดอีเทอร์มีความสม่ำเสมอมากขึ้น ด่างที่ใช้ในการทำให้เป็นด่างคือไฮดรอกไซด์ของโลหะหรือเบสอินทรีย์ ปริมาณด่างที่เติม (โดยมวล เช่นเดียวกับด้านล่าง) คือ 0.1-0.6 เท่าของฝ้ายบริสุทธิ์ และปริมาณน้ำอ่อนคือ 0.3-1.0 เท่าของฝ้ายบริสุทธิ์ ตัวทำละลายเฉื่อยเป็นส่วนผสมของแอลกอฮอล์และไฮโดรคาร์บอน และปริมาณตัวทำละลายเฉื่อยที่เติมคือ 7-15 เท่าของฝ้ายบริสุทธิ์ ตัวทำละลายเฉื่อยอาจเป็นแอลกอฮอล์ที่มีคาร์บอน 3-5 อะตอม (เช่น แอลกอฮอล์ โพรพานอล) อะซิโตน หรืออาจเป็นไฮโดรคาร์บอนอะลิฟาติกและไฮโดรคาร์บอนอะโรมาติกก็ได้ ในระหว่างกระบวนการปรับสภาพให้เป็นด่าง ควรควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วง 0-35°C โดยใช้เวลาในการปรับสภาพประมาณ 1 ชั่วโมง การปรับอุณหภูมิและเวลาสามารถกำหนดได้ตามความต้องการของวัสดุและผลิตภัณฑ์
กระบวนการสร้างอีเทอร์: หลังจากปรับสภาพด้วยด่างแล้ว ภายใต้สภาวะสุญญากาศ จะทำการสังเคราะห์อีเทอร์โดยการเติมสารสร้างอีเทอร์ ซึ่งสารสร้างอีเทอร์ที่ใช้คือโพรพิลีนออกไซด์ เพื่อลดปริมาณการใช้สารสร้างอีเทอร์ จึงเติมสารสร้างอีเทอร์สองครั้งในระหว่างกระบวนการสังเคราะห์อีเทอร์
วันที่เผยแพร่: 28 เมษายน 2567